บทความ ความรู้

การคำนวณจำนวนพัดลมฟาร์มขนาด 50 นิ้ว ให้เหมาะกับขนาดโรงเรือน ตามหลักการของ บริษัท โอเวอร์อินเตอร์เทรด จำกัด และหลักการระบายอากาศทั่วไป สามารถคำนวณได้ 3 ขั้นตอนหลัก  ขั้นตอนการคำนวณ   
 
1. หาปริมาตรของโรงเรือน (V)  
• สูตร: \(V = \text{ความกว้าง (ม.)} \times \text{ความยาว (ม.)} \times \text{ความสูง (ม.)}\) 
• หน่วย: ลูกบาศก์เมตร (m³)  
 
2. กำหนดอัตราการเปลี่ยนถ่ายอากาศ (Air Change per Hour - ACH)  
• ค่า ACH คือจำนวนครั้งที่ต้องการเปลี่ยนถ่ายอากาศภายใน 1 ชั่วโมง 
• ค่า ACH ที่แนะนำตามประเภทการใช้งาน:     
• โรงงานทั่วไป: 20 - 30 ครั้ง / ชม.     
• โรงงานที่มีความร้อนสูง: 40 - 60 ครั้ง / ชม.     
• ฟาร์มปศุสัตว์ / โรงเรือนระบบ Evap: 45 - 60 ครั้ง / ชม.  
 
3. คำนวณหาจำนวนพัดลม  
• สูตรคำนวณจำนวนพัดลม: \(\text{จำนวนพัดลม (ตัว)}=\frac{\text{ปริมาตรโรงเรือน }(m^{3})\times \text{ค่า ACH (ครั้ง/ชม.)}}{\text{ปริมาณลมที่พัดลม 50 นิ้ว ทำได้ }(m^{3}/\text{ชม.})}\) 
 
ข้อมูลอ้างอิงปริมาณลมของพัดลมฟาร์ม 50 นิ้ว: 
• พัดลมฟาร์มขนาด 50 นิ้ว โดยทั่วไปจะให้ปริมาณลมประมาณ 25,000 – 40,000 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง (m³/hr) (หรืออ้างอิงตามสเปคของแต่ละรุ่น เช่น ประมาณ 35,000 - 44,000 m³/hr)  ตัวอย่างการคำนวณ  
 
• สมมติโรงเรือนกว้าง 10 เมตร, ยาว 30 เมตร, สูง 4 เมตร 
 
• ปริมาตรโรงเรือน (V) = 10 × 30 × 4 = 1,200 m³ 
 
• หากเป็นฟาร์มปศุสัตว์ต้องการเปลี่ยนถ่ายอากาศ ACH = 50 ครั้ง/ชม. 
 
• ปริมาณลมรวมที่ต้องการ = 1,200 × 50 = 60,000 m³/ชม. 
 
• หากพัดลมฟาร์ม 50 นิ้ว 1 ตัว ให้ปริมาณลมประมาณ 30,000 m³/ชม. 
 
• จำนวนพัดลมที่ต้องใช้ = \(\frac{60,000}{30,000} = 2 \, \text{ตัว}\)  
 
 
ทำความรู้จักระบบ Evap และการเลือกใช้พัดลมฟาร์ม ติดต่อปรึกษาเกี่ยวกับระบบอีแวปและพัดลมฟาร์มได้โดยตรงผ่าน บริษัท โอเวอร์อินเตอร์เทรด จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบระบายอากาศ พัดลมอุตสาหกรรม และพัดลมไอเย็น  ทำความรู้จักระบบ Evap (Evaporative Cooling System)
  
• หลักการทำงาน: ใช้กระบวนการระเหยของน้ำ โดยปั๊มน้ำจะสูบน้ำขึ้นไปเลี้ยงที่ด้านบนของแผ่นทำความเย็น (Cooling Pad) แล้วให้น้ำไหลซึมลงมาตามแนวตั้ง เมื่อพัดลมดูดอากาศร้อนจากภายนอกผ่านแผ่น Cooling Pad ที่เปียกน้ำ อากาศจะถ่ายเทความร้อนให้กับน้ำ ทำให้น้ำระเหยกลายเป็นไอ ส่งผลให้อากาศที่ไหลเข้าสู่ตัวอาคารหรือโรงเรือนมีอุณหภูมิลดลงประมาณ 4–10 องศาเซลเซียส โดยธรรมชาติ 
• ใช้พลังงานไฟฟ้าเพียงประมาณ 5% ถึง 10% เมื่อเทียบกับการทำความเย็นด้วยระบบปรับอากาศทั่วไป (แอร์)     
• เป็นการเติมอากาศบริสุทธิ์ (Fresh Air) และช่วยหมุนเวียนอากาศภายในให้ถ่ายเท ไม่ใช่อากาศปิด     
• เหมาะกับพื้นที่กึ่งเปิดหรือพื้นที่ปิดขนาดใหญ่ เช่น ฟาร์มปศุสัตว์ (ฟาร์มหมู ฟาร์มไก่) โรงเรือนเพาะชำ และโรงงานอุตสาหกรรม  แนวทางการเลือกใช้พัดลมฟาร์ม (Farm Fan / Exhaust Fan)  การเลือกพัดลมฟาร์มให้เหมาะสมกับระบบ Evap และลักษณะของโรงเรือน มีหลักการพิจารณา ดังนี้ 
• พิจารณาขนาดและปริมาณลม (CFM): ต้องคำนวณปริมาตรของโรงเรือน (กว้าง × ยาว × สูง) เพื่อให้พัดลมสามารถดักอากาศและเปลี่ยนถ่ายอากาศภายในโรงเรือนได้ตามอัตราที่เหมาะสมต่อนาทีหรือต่อชั่วโมง 
• เลือกวัสดุให้เหมาะกับสภาพแวดล้อม:     
• แบบไฟเบอร์กลาส (FRP): ทนต่อความชื้นสูง ไม่เป็นสนิม นิยมใช้ในฟาร์มปศุสัตว์ที่มีไอระเหยของแก๊สแอมโมเนียหรือความชื้นมาก    • แบบสแตนเลส / โครงเหล็กชุบแข็งแรง: เหมาะกับโรงงาน โกดัง หรือฟาร์มทั่วไปที่เน้นความทนทานและราคาคุ้มค่า 
• ระบบการขับเคลื่อน (Drive System):     
• แบบขับตรง (Direct Drive): ดูแลง่าย ชิ้นส่วนน้อย เสียงเงียบ หรือประหยัดพลังงานในบางรุ่น     
• แบบขับด้วยสายพาน (Belt Drive): สามารถปรับรอบความเร็วหรือปรับปริมาณลมได้ตามต้องการ และรองรับงานหนักต่อเนื่อง 
• การใช้งานร่วมกับระบบ Evap: พัดลมฟาร์มจะทำหน้าที่เป็นตัวดูดอากาศ (Negative Pressure) ดึงลมผ่านแผง Cooling Pad ที่ติดตั้งอยู่อีกด้านหนึ่งของโรงเรือน จึงต้องเลือกขนาดกำลังดูดของพัดลมให้บาลานซ์กับพื้นที่ผิวของ Cooling Pad เพื่อไม่ให้เกิดแรงต้านลมที่สูงเกินไป      
 
วิธีดูแลรักษาพัดลมฟาร์มให้ยืดอายุการใช้งาน ไม่กินไฟ
 
การดูแลรักษาพัดลมฟาร์มหรือพัดลมอุตสาหกรรมอย่างถูกวิธีตามแนวทางของ บริษัท โอเวอร์อินเตอร์เทรด จำกัด จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ยืดอายุการใช้งานได้นานขึ้น และที่สำคัญคือช่วยประหยัดไฟเนื่องจากมอเตอร์ไม่ต้องทำงานหนักเกินไป โดยมีวิธีปฏิบัติที่สำคัญแบ่งเป็นข้อๆ ดังนี้ครับ:  ️ 5 วิธีบำรุงรักษาพัดลมฟาร์มให้ทนทานและประหยัดพลังงาน 
 
• ทำความสะอาดใบพัดและตะแกรงเป็นประจำ (ทุก 1-2 เดือน): ฝุ่น ขนสัตว์ หรือสิ่งสกปรกที่เกาะหนาบนใบพัดจะทำให้เกิดอาการ "ใบแกว่ง" (Imbalance) ซึ่งจะส่งผลเสียต่อลูกปืนมอเตอร์โดยตรงและทำให้มอเตอร์ทำงานหนักจนกินไฟเพิ่มขึ้น การเช็ดล้างสิ่งสกปรกออกจะช่วยยืดอายุตลับลูกปืนได้ถึง 2-3 เท่า (ข้อควรระวัง: ต้องถอดปลั๊ก/สับเบรกเกอร์ทุกครั้ง และห้ามใช้สารเคมีรุนแรงกัดกร่อนโลหะ)
 
• ตรวจสอบและอัดจาระบีระบบหล่อลื่น (ทุก 6 เดือน): ตรวจเช็คตลับลูกปืน (Bearing) ตามรอบชั่วโมงการทำงานเพื่อลดแรงเสียดทานและความร้อน หากตรวจพบว่าตลับลูกปืนหรือมอเตอร์มีอุณหภูมิสูงเกิน 80-90°C ถือว่าผิดปกติ การหล่อลื่นที่ดีจะช่วยลดการเสียดสี ลมสม่ำเสมอ และไม่กินกระแสไฟ
 
• ตรวจเช็คความตึงของสายพาน (ทุกเดือน): พัดลมฟาร์มส่วนใหญ่ขับเคลื่อนด้วยระบบสายพาน หากสายพานหย่อนเกินไปจะทำให้ใบพัดหมุนช้าลง ประสิทธิภาพการเป่าลมลดลง ส่งผลให้ต้องเปิดพัดลมนานขึ้นสิ้นเปลืองพลังงาน แต่ถ้าตึงเกินไปก็จะทำให้ตลับลูกปืนและเพลาเสียหายเร็ว
 
• เช็คน็อต สกรู และการยึดแน่นของโครงสร้าง: เนื่องจากพัดลมฟาร์มทำงานต่อเนื่อง แรงสั่นสะเทือนอาจทำให้พัดลมและแกนเพลาคลายตัว ซึ่งจะส่งผลให้ชิ้นส่วนต่างๆ สึกหรอเร็วกว่ากำหนดและสร้างความเสียหายต่อระบบเชิงกล
 
• ไม่เปิดทิ้งไว้เมื่อไม่มีการใช้งานและตั้งความเร็วให้เหมาะสม: หลีกเลี่ยงการเปิดพัดลมทิ้งไว้โดยเปล่าประโยชน์เพราะจะเป็นการเพิ่มคราบฝุ่นจับตัวพัดลมโดยใช่เหตุ และควรเลือกใช้ขนาดพัดลมรวมถึงตั้งความเร็วให้พอดีกับพื้นที่ฟาร์มเพื่อสุขอนามัยของสัตว์และไม่สิ้นเปลืองค่าไฟ  ตารางตรวจเช็คบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance) 
 
เพื่อให้การบำรุงรักษาเป็นระบบ ควรทำตารางจดบันทึกประวัติไว้เสมอเพื่อพยากรณ์อายุการใช้งานรอบถัดไป ดังนี้ครับ: ระยะเวลา สิ่งที่ต้องตรวจเช็คและดูแล ทุกสัปดาห์
- ตรวจสอบอุณหภูมิมอเตอร์ (ไม่ให้ร้อนจัด) และฟังเสียงผิดปกติ (เช่น เสียงหอน หรือเสียงแกรกๆ) ทุกเดือน   
- ทำความสะอาดใบพัด/ตะแกรง, ตรวจเช็คความตึงสายพาน, เช็คจุดต่อสายไฟว่าแน่นหนาดีไหม ทุก 6 เดือน   
- อัดจาระบีลูกปืนตามคู่มือการใช้งานเพื่อลดแรงเสียดทาน ทุกปี / ครบอายุ   
- ตรวจสอบระบบไฟฟ้าใหญ่ เช็คการสึกหรอของมอเตอร์และแกนเพลาเพื่อเตรียมซ่อมบำรุงใหญ่ 
 
หากพบชิ้นส่วนเสียหายหรือต้องการคำปรึกษาเกี่ยวกับการติดตั้งระบบระบายอากาศเพิ่มเติม สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บริษัท โอเวอร์อินเตอร์เทรด จำกัด (ฝ่ายขาย: 087-341-9111 หรือ Line: @overfan88) เพื่อให้ทีมช่างผู้เชี่ยวชาญเข้าดูแลหน้างานได้อย่างปลอดภัยและถูกวิธีครับ
 
 
Visitors: 62,539